หลายคนอาจรู้จักน้ำมันปาล์มว่าเป็นน้ำมันพืชที่นิยมใช้ในการผัดและทอดเพราะ ไม่มีคอเลสเตอรอล และ ไม่มีไขมันทรานส์แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ น้ำมันปาล์มยังเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินอีธรรมชาติซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย
วิตามินอีคืออะไร?
วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ต้องได้รับจากอาหารทุกวัน โดยผู้ใหญ่ควรได้รับวันละ 8–10 มิลลิกรัม (ตามเกณฑ์ Thai RDA)
ในน้ำมันปาล์ม วิตามินอีอยู่ในรูปของ
- โทโคฟีรอล (Tocopherols)
- โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols)
ทั้งสองชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายวิตามินอีจากน้ำมันปาล์ม อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
1. สมดุลคอเลสเตอรอลในร่างกายงานวิจัยบางส่วนพบว่าโทโคไตรอีนอลอาจช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอเลสเตอรอล และอาจช่วยลดระดับLDL (ไขมันไม่ดี)
2. สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันวิตามินอีมีส่วนช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาวทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น
3. ช่วยชะลอการเกิดกลิ่นเหม็นหืนวิตามินอีธรรมชาติในน้ำมันปาล์ม ซึ่งทำหน้าที่เป็น สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยยับยั้งกระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันทำให้น้ำมันและอาหารทอดไม่เหม็นหืนง่าย คงความหอมอร่อยได้นานยิ่งขึ้นบริโภคอย่างสมดุลแม้น้ำมันปาล์มจะเป็นแหล่งวิตามินอีที่ดีแต่ก็ยังเป็นน้ำมันที่มีพลังงานสูงและมีไขมันอิ่มตัวในระดับปานกลาง จึงควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ และควรรับวิตามินอีจากอาหารหลากหลาย เช่น ถั่วเมล็ดพืช และผักใบเขียว