หลายคนมักเชื่อว่าน้ำมันปาล์มไม่ดีต่อสุขภาพแต่ความจริงแล้วน้ำมันปาล์มเป็นหนึ่งในน้ำมันพืชที่มีความปลอดภัยและถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกน้ำมันปาล์มปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันธรรมชาติที่ได้รับการรับรองว่าเป็นน้ำมันที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการบริโภคจากหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CodexAlimentarius) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)และองค์กรด้านความปลอดภัยทางอาหารทั่วโลก น้ำมันปาล์มไม่มีคอเลสเตอรอล (Cholesterol Free) ตามข้อเท็จจริงแล้วน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันจากพืช 100% ตามธรรมชาติ ไม่มีคอเลสเตอรอลต่างจากไขมันจากสัตว์ เช่น เนย หรือไขมันหมู ที่มีคอเลสเตอรอลตามธรรมชาติ
น้ำมันปาล์มไม่มีไขมันทรานส์ (Trans Fat Free)ไขมันทรานส์ถือเป็นไขมันชนิดอันตรายที่มีผลเสียต่อสุขภาพหัวใจอย่างชัดเจนโดยไขมันทรานส์มักเกิดขึ้นจากกระบวนการ เติมไฮโดรเจน (hydrogenation)ในน้ำมันพืชบางชนิดเพื่อเพิ่มความคงตัวให้กับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแต่น้ำมันปาล์มไม่ต้องผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนเพราะมีสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวตามธรรมชาติในระดับที่ทำให้มีสถานะกึ่งแข็งกึ่งเหลว(semi-solid) อยู่แล้วจึงไม่มีการสร้างไขมันทรานส์ขึ้นในกระบวนการผลิต องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรด้านโภชนาการหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า ไขมันทรานส์ส่งผลเสียต่อหัวใจโดยตรง ทั้งเพิ่มระดับ LDL(ไขมันไม่ดี) และลดระดับ HDL (ไขมันดี)แต่น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ตามธรรมชาตินั้น ปราศจากไขมันทรานส์โดยสิ้นเชิง
น้ำมันปาล์มอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระน้ำมันปาล์มยังมีจุดเด่นอีกประการคืออุดมไปด้วยวิตามินอีในรูปแบบโทโคไตรอีนอล(Tocotrienols) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงต่อความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายเหมาะสำหรับการปรุงอาหารด้วยจุดเกิดควันที่สูงราว 230 °C น้ำมันปาล์มจึงเหมาะสำหรับการทอดและผัดไฟแรง อาหารที่ได้กรอบอร่อยและไม่เหม็นหืนเร็วสรุป: น้ำมันปาล์มไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ไม่มีไขมันทรานส์
ไม่มีคอเลสเตอรอล
มีวิตามินอีธรรมชาติ
ทนความร้อนสูง เหมาะกับเมนูทอดและผัด
แม้น้ำมันปาล์มไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันทรานส์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ”ปริมาณและความหลากหลายของอาหาร” เป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพการบริโภคน้ำมันปาล์มในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสมดุลจะได้รับสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน